WHO เผยโควิด-19 คร่าชีวิตทั่วโลกทะลุ 4 ล้านคน เอเชียสาหัสผู้ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด

มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกแล้วกว่า 4 ล้านคน จากการเปิดเผยขององค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ประเทศร่ำรวยหลายชาติกำลังเตรียมการผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ สวนทางกลับประเทศต่างๆ ในเอเชียที่กำลังเผชิญวิกฤตรอบใหม่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

ประชาชนหลายล้านชีวิตกำลังเผชิญกับมาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ทั่วเอเชีย และอินโดนีเซียโผล่ขึ้นมาในฐานะจุดร้อนใหม่ของโลก ด้วยมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วงเวลาเพียงแค่ 1 เดือน หลังพบผู้เสียชีวิตเพิ่มถึง 1,040 รายในวันพุธ (7 ก.ค.)

“โลกอยู่ในจุดอันตรายของโรคระบาดใหญ่” เทดรอส แอดฮานอม เกรเบเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าว พร้อมเชื่อว่าตัวเลข 4 ล้านคน ต่ำกว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริง

เทดรอส วิพากษ์วิจารณ์ประเทศร่ำรวยต่างๆ อย่างรุนแรงต่อกรณีกักตุนวัคซีนและอุปกรณ์ป้องกัน รวมทั้งกล่าวหาชาติเหล่านั้นว่าทำตัวเหมือนคิดว่าโรคระบาดใหญ่จบลงแล้วด้วยการผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ

อินโดนีเซีย ประเทศหมู่เกาะที่มีประชากร 270 ล้านคน สั่งให้ประชาชนให้ทำงานจากที่บ้านถ้าเป็นไปได้ และจำกัดเวลาการเปิดธุรกิจทั่วประเทศ

การแพร่ระบาดระลอกใหม่ยังบีบให้เวียดนามสั่งล็อกดาวน์เมืองโฮจิมินห์ เช่นเดียวกับพม่าที่ล็อกดาวน์เมืองย่างกุ้ง ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 15 ล้านคน

ส่วนพลเมือง 5 ล้านคนของซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์มาแล้วกว่า 2 สัปดาห์ จะยังคงต้องหยุดอยู่บ้านต่อไปอีก 1 สัปดาห์ หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 27 คน

นานกว่า 18 เดือนที่แล้วที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อุบัติขึ้นในจีน ปัจจุบันโลกยังคงดิ้นรนรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคระบาดใหญ่ หลายกิจกรรมต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถี ในนั้นรวมถึงโลกกีฬาที่ต้องเลื่อนหรือยกเลิก หรือหากเดินหน้าจัดการแข่งขันก็จะเป็นการแข่งขันแบบไม่มีผู้ชม

การเตรียมพร้อมสำหรับจัดศึกโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ซึ่งถูกเลื่อนมาจากปีที่แล้ว กำลังถูกรบกวนด้วยไวรัสอีกรอบ ไม่ถึง 16 วันก่อนถึงพิธีเปิด เจ้าหน้าที่ต้องยกเลิกกิจกรรมวิ่งคบเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงชนมารวมตัวกัน และคาดหมายว่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียวจะยังคงมีผลบังคับใช้ระหว่างเกมการแข่งขัน

สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานถึงขั้นที่ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุดของโควิด-19 อาจทำให้ศึกโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้จัดการแข่งขันแบบไม่มีผู้ชม สวนทางกับฝั่งยุโรป ซึ่งศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบรองชนะเลิศระหว่างอังกฤษและเดนมาร์กในวันพุธ (7 ก.ค.) ได้ทำการแข่งขันต่อหน้าแฟนบอลหลายหมื่นคน

สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับเคสผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น แต่โครงการฉีดวัคซีนหมู่ช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตลดลงอย่างมาก เหลือแค่ไม่กี่สิบคนต่อวัน

รัฐบาลออกคำสั่งยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เกือบทั้งหมดในอังกฤษในช่วงอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่องค์การอนามัยโลกเตือนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสอาจเพิ่มขึ้น แม้มีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับสูง

ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก พูดถึงแผนของอังกฤษว่า “ผมร้องขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุดต่อการยกเลิกมาตรการด้านสาธารณสุขและสังคมทั้งหมดในเวลานี้ เพราะว่ามันอาจมีผลสะท้อนกลับจากสิ่งนั้น”

ขณะที่บรรดาประเทศร่ำรวยกำลังผ่อนปรนกฎระเบียบและข้อจำกัดต่างๆ แต่การแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันกำลังเล่นงานบรรดาชาติยากจนทั้งหลายทั่วโลก

ในเรื่องนี้ เทดรอส เรียกร้องซ้ำอีกครั้งให้ประเทศร่ำรวยแบ่งปันทรัพยกรต่างๆ ของพวกเขา “จากมุมมองในศีลธรรม โรคระบาดวิทยาหรือเศรษฐกิจ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่โลกจะร่วมมือกันจัดการกับโรคระบาดใหญ่” เขากล่าว