ดูหนังออนไลน์: The Boys in the Band Netflix

ดูหนังออนไลน์: The Boys in the Band Netflix ภาพยนตร์เพื่อชาวเกย์ LGBT ได้สองนักแสดงเกย์มากฝีมืออย่าง Jim Parson ที่โด่งดังจากบท เชลด็อน ใน The Big Bang Theory และ Zachary Quinto ที่โด่งดังจากบท สป็อค จากใน Star Trek

สำหรับเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์รีเมกจากต้นฉบับที่เคยสร้างเป็นละครบรอดเวย์เมื่อปี 1968 แล้วได้กลายเป็นภาพยนตร์ในปี 1970 ซึ่งการกลับมารอบนี้ เป็นการเขียนบทและอำนวยการสร้างโดย Mart Crowley เจ้าของผลงานที่เคยสร้างฉบับออริจินอลไว้ในอดีตแล้วได้นำเรื่องนี้มาทำเป็นละครบรอดเวย์เมื่อปี 2018 จนมีชื่อเสียงอีกครั้ง จากนั้นก็ได้ทีมนักแสดงชุดเดิมมารับบทในเวอร์ชั้นภาพยนตร์สำหรับ Netflix

โดยผลงานกำกับเป็นของ Joe Mantello ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งร่วมงานกับ Jim Parson ในมินิซีรีส์เพื่อชาว LGBT อย่าง Hollywood ซึ่งก็เข้าฉายใน Netflix เช่นกัน

ตัวภาพยนตร์ มีความยาว 2 ชั่วโมง พร้อมเบื้องหลังการถ่ายทำอีก 28 นาที เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นการเสี่ยงอย่างมาก เนื่องจากนักแสดงหลักในเรื่องเกือบทั้งหมดเป็นเกย์จริงๆ

Jim Parson และ Zachary Quinto สองนักแสดงเกย์มากฝีมือ ที่การกลับมารอบนี้พร้อมเหล่านักแสดงและทีมสร้างชาวเกย์อีกหลายคนที่เข้ามาร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่สร้างมาเพื่อสะท้อนสังคมชาวเกย์จริงๆ ในสมัยที่สหรัฐอเมริกายังไม่เปิดรับเรื่องนี้ โดยจับความในปี ค.ศ. 1968 ก่อนหน้าที่จะเกิดการเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องสิทธิของชาวเกย์และ LGBT ในยุคนั้น

ภาพยนตร์เป็นการรีเมกจากฉบับออริจินอลเมื่อ 50 ปีก่อน บอกเล่าเรื่องราของ เกย์หนุ่ม 9 คน ที่จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับเพื่อนตนเอง ซึ่งในยุคนั้นงานเลี้ยงของชาวเกย์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย หากถูกตำรวจจับได้ ดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงของชาวเกย์เหล่านั้นด้วย

ซึ่งในงานปาร์ตี้นั้น ก็เป็นการรวมตัวของเพื่อนชาวเกย์ที่ห่างหายไปนาน และมีคนที่กำลังสับสนอยู่ว่าตัวเองเป็นเกย์หรือไม่ ไปจนถึงคนที่แต่งงานกับภรรยาแต่ก็ตัดสินใจเลือกที่จะมาหาคู่รักชาวเกย์ นี่จึงเป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนชาวเกย์ที่มาปาร์ตี้กัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติสำหรับสังคมปัจจุบัน แต่มันไม่ปกติสำหรับสังคมในอดีต

นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมา “โดยชาวเกย์ และเพื่อชาวเกย์” อย่างแท้จริงมากๆเรื่องหนึ่ง พลอตหนังไม่ได้มีอะไรมากไปว่าการจับเกย์ 9 คนที่เป็นเพื่อนกัน มางานปาร์ตี้ พูดจาเชือดเฉือนเล่นมุกใส่กัน แสดงจริตความเป็นเกย์อย่างเต็มที่ ไปจนถึงก่อดราม่ากันเองด้วย

ที่สำคัญก็คือนักแสดงที่เล่นเป็นเกย์ทั้ง 9 คนนั้นก็เป็นเกย์จริงๆ เกือบทุกคน โดยเฉพาะสองดารานำอย่าง Jim Parson และ Zachary Quinto รวมถึงดาราเกย์หนุ่มมาแรงอย่าง Matt Bomer นั่นจึงเท่ากับเป็นการประกาศตนให้โลกได้รับรู้สถานะความเป็นเกย์ของนักแสดงคนอื่นไปในตัวด้วย ซึ่งถือว่ากล้าหาญไม่น้อย แม้ว่าวงการแสดงในฮอลลีวูดยุคนี้จะเปิดกว้างในเรื่องเพศแล้วก็ตามที แต่กับบางคนอาจจะทำให้อาชีพต้องมีปัญหาได้เช่นกัน

ตัวภาพยนตร์มีการนำเสนอชีวิตของชาวเกย์ ผ่านทางบทสนทนาจิกกัดกันเองของเพื่อนเกย์ในระหว่างปาร์ตี้วันเกิด มีตั้งแต่ความกังวลในเรื่องการใช้ชีวิตที่อายุมากขึ้น การเปิดเผยตัวตนของคนที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อบังหน้า คนที่มีอาชีพโดดเด่นในวงการบันเทิงแต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ ไปจนถึงคนที่ไม่กล้ายอมรับตัวตนของตนเอง

ซึ่งบรรดาตัวละครเกย์ในหนัง ก็ถูกเปิดเผยว่าเป็นการถอดแบบมาจากเพื่อนๆที่มีตัวตนจริงของทางผู้เขียนบทดั้งเดิมอย่าง Mart Crowley โดยเฉพาะตัวละคร ฮาโรลด์ หนึ่งในตัวนำของเรื่องและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เพื่อนๆมารวมตัวกันเพื่อจัดงานวันเกิดให้ เป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงในวงการแสดงฮอลลีวูดในฐานะนักเต้นมากฝีมือ ซึ่งยุคนั้นความสามารถในการเต้น มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการเข้าวงการ เพราะหนังหลายเรื่องมีลักษณะของหนังเพลงอยู่ ตัวละครนี้จึงมีกลักษณะการพูดจาที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เต็มไปด้วยภาษาแบบบทกวี ติสต์แตก จนดูแล้วออกจะน่ารำคาญไปสักหน่อย

ด้านตัวเอกในเรื่อง ที่นำแสดงโดย Jim Parson ที่รับบท ไมเคิล ก็เป็นเสมือนตัวแทนคนเขียนบทอย่าง Mart Crowley เช่นกัน แล้วก็ถือว่าการแสดงของ Parson ยังคงยอดเยี่ยม ทักษะการแสดงและการพูดแบบยาวๆน้ำไหลไฟดับ ซึ่งแฟนคลับของเจ้าตัวจากซีรีส์ The Big Bang Theory คงจะคุ้นชินกันมา

แต่ข้อเสียของหนังก็มีมากเหลือเกิน เพราะนี่ไม่ใช่หนังสำหรับคนดูวงนอกที่ไม่ใช่ชาวเกย์เลย ตัวหนังใช้เวลาในการปูเรื่องและให้ตัวเอกอย่างไมเคิลพร่ำบ่นเรื่องชีวิตกับคู่รักเกย์หนุ่มอย่าง โดนัลด์ ที่ได้ Matt Bomer นำแสดง ซึ่งส่วนนี้ใช้เวลานานเกินไปในช่วงแรก อีกทั้งช่วงที่รวมตัวละครเกย์ได้ครบทั้ง 9 ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่เรื่องราวเริ่มต้นจริงๆนั้น ก็ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงของภาพยนตร์ หลังจากนั้นตัวหนังทั้งเรื่องก็เต็มไปด้วยบทสนทนาในแบบ “ภาษาเกย์” ที่คนดูชาวเกย์อาจจะอินเอามากๆ แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนดูกลุ่มอื่นๆ

อีกทั้งกว่าตัวหนังจะเข้าจุดไคลแมกซ์ก็ใช้เวลานานมากนั่นคือในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเรื่องราวที่ความขัดแย้งปะทุขึ้นในกลุ่มเพื่อน จากการเล่นเกมโทรศัพท์หากันเพื่อเปิดความในใจ กลายเป็นชนวนดราม่า ที่ทำให้ปาร์ตี้จบลง จากนั้นเหล่าเพื่อนก็แยกย้ายกันไปตามแต่ละคน

ข้อเสียอีกจุดที่นาเสียดายอย่างมากถึงมากที่สุดก็คือ การที่ได้นักแสดงฝีมือระดับ Zachary Quinto มาร่วมแสดงนำ ซึ่งเขาสร้างความประทับใจให้คนดูไว้มากในบท สป็อค จาก Star Trek แต่หนังเรื่องนี้แม้ว่าเขาจะได้บทตัวนำคนหนึ่งในเรื่องอย่างฮาโรลด์ แต่บทนี้กลับไม่ได้ทำให้เขาระเบิดพลังการแสดงออกมาได้ดีอย่างที่ควรเป็น คือเรียกว่าอยู่ในระดับเสมอตัว

อันที่จริงแล้ว ตัวหนังแฝงประเด็นที่ชวนให้คิดเกี่ยวกับปมปัญหาของชาวเกย์ LGBT เอาไว้เยอะมาก แต่ด้วยความที่มันเป็นหนังในลักษณะละครเวทีในแง่ที่ “จับผู้คนมารวมตัวในที่เดียว” ไม่ได้โยกย้ายไปสถานที่อื่น แถมทั้งเรื่องมันคือการดราม่าของเพื่อนชาวเกย์ที่ก็อาจจะทำให้คนดูหนังหลายคนพร้อมจะเทหนังเรื่องนี้ไปอย่างง่ายๆเหมือนกัน

ในส่วนของฉากเลิฟซีนชาวเกย์ ตัวหนังมีฉากถึงเนื้อตัวอยู่เล็กน้อย และมีในช่วงท้ายเพียงนิดเดียว เรียกว่าไม่ใช่สาระหลักของตัวหนังเท่าไหร่นัก

ภาพรวมแล้ว นี่คือหนังที่สร้างและแสดงโดยชาวเกย์ เพื่อชาวเกย์ แฝงสาระบางอย่างที่เฉพาะกลุ่มเอามากๆ แต่หากท่านไม่ใช่ชาวเกย์แล้ว ข้ามหนังเรื่องนี้ไปเลยก็ได้